Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include(banner_.php) [function.include]: failed to open stream: No such file or directory in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59

Warning: include() [function.include]: Failed opening 'banner_.php' for inclusion (include_path='.:/usr/lib/php:/usr/local/lib/php') in /home/audiotea/public_html/webboard/index.php on line 59
สมัครสมาชิก [ ลืมรหัสผ่าน ]
เข้าสู่ระบบ: 
  คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
@ ขายต่อแผ่นซีดีสิขสิทธิ์ผิดกฏหมายหรือไม่ ? @

สรุปว่าไม่ผิดนะครับ ...

" กรณีเราได้มาถูกต้องตามกฎหมาย คือซื้อมาเป็นของแท้ ไม่ได้ปลอมแปลงใดๆ

ดังนั้นเราเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นถูกต้องโดยกฎหมาย การจะขายต่อ หรือ

ให้ผู้ใดย่อมเป็นสิทธิ์ของเราโดยสุจริต ไม่ต้องกลัวเพราะคุณไม่ได้ทำขึ้นมาลอก

เลียนแบบเขา ไม่ได้มีหลักฐานว่าคุณผลิตมาแข่ง มาขายแข่งเขา แค่ขายทิ้งเท่านั้น

เอง สรุปไม่ผิดกฎหมายครับ "

คัดลอกคำตอบมาจากสภาทนายความครับ.
(นัท)



coconut (อ่าน 6655 | ตอบ 12 ) (18/08/2552 16:30:49) ลบกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ขอถามเป็นความรู้หน่อยครับ

แล้วคนที่เขาขายซีดีเก่าตามตลาดนัด ที่วางกับดิน ทำไมมีพวกแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เขามาจับ ซึ่งอาจมีตำรวจเข้ามาจับด้วย หรือบางทียัดข้อหาไม่มีใบอนุญาตขาย ช่วยฟันธงให้ด้วยครับ

ขอบคุณล่วงหน้า

Chalit (18/08/2552 21:34:24)
ความคิดเห็นที่ 2

"ข้อหากรรโชกทรัพย์และกระทำการโดยไม่มีอำนาจ"

1.กรณีที่เรามั่นใจว่าแผ่นที่เรานำมาขายนั้นเป็นแผ่นลิขสิทธิ์ทั้งหมดที่เราซื้อมาเองอย่างถูกต้อง (ไม่ได้ไปขโมยเขามา) ไม่ต้องไปกลัวครับ แจ้งข้อหาด้านบนไปได้เลย (ข้อหากรรโชกทรัพย์)

2.พวกตัวแทนลิขสิทธิ์ทั้งหลายไม่มีอำนาจจับกุมครับ ถ้ามาจับเองก็ให้แจ้งข้อหาที่สองครับ (กระทำการโดยไม่มีอำนาจ)

นำมาซึ่งสาเหตุที่ทำให้บรรดาตัวแทนเหล่านี้ต้องใช้นายตำรวจ (ต้องเป็นชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปเท่านั้น) มาร่วมในการตรวจค้นจับกุมครับ (ต้องมาก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น มืดค่ำไม่มีสิทธิ์)

3. ถ้าเป็นแผ่นแท้ทั้งหมดไม่ต้องกลัวครับ "ถือว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย" เราจะขายต่อ หรือ จะให้ใครในทรัพย์นั้นก็ได้

4. ข้อหาไม่มีในอนุญาตขายนี่ผมสงสัยครับ ? แม่ค้าขายกล้วยทอดต้องมีใบอนุญาตขายกล้วยทอดด้วยหรือปล่าวครับ ? พอเป็นสินค้าที่เป็นซีดีเพลงขึ้นมาหน่อยกลับมีปัญหาขึ้นมาทันที ???

ก็ให้กลับไปที่ข้อ 3 ครับ (ทรัพย์นั้นเราได้มาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย) ข้อนี้ถือว่าคุ้มครองการขายของเราอยู่แล้วครับ.

5. ถ้านายตำรวจท่านนั้นยังไม่ยอมก็ขอดูบัตรประจำตัวและพกกล้องถ่ายรูปติดตัวไว้ตลอดเวลา มันมากันกี่คนถ่ายให้หมด (เป็นสิทธิ์ของเราที่จะถ่ายภาพจากภายในร้านออกไปนอกร้าน) ถ้าไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป (ที่จริงควรจะถ่ายบัตรประจำของนายตำรวจท่านนั้นไว้ด้วย) แต่ถ้าไม่อนุญาตเราขอจดชื่อแทน

6. ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาพวกจับลิขสิทธิ์จะไม่กล้าและกลัวที่สุดนอกจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอลก็คือ...

6.1 ไม่มีสิ่งผิดกฏหมายภายในร้าน อาจจถูกฟ้องกลับได้ภายหลัง

6.2 การที่เราจดชื่อตัวแทนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด (ไม่ให้จดถือว่าไม่บริสุทธิ์ใจ) แล้วแจ้งสรรพากรให้ตรวจสอบเรื่องการเสียภาษี คุณมีรายได้จากการเที่ยวไล่ตรวจจับคนอื่น (อาจเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่รู้กฏหมาย) เป็นกอบเป็นกำ คุณเสียภาษีให้รัฐถูกต้องหรือปล่าว ?

ปล. ที่จริงการตรวจค้นที่ถูกต้องต้องมีหมายค้นที่ออกโดยศาลนะครับ ในหมายจะระบุบ้านเลขที่ที่เข้าทำการตรวจ, ข้อหาที่กระทำผิด, ชื่อเจ้าของบ้าน, ชื่อผู้ที่เข้าตรวจค้นทั้งหมดว่ามีกี่คน ? ใครบ้าง ? (ถ้าเกินกว่าที่แจ้งไว้ในหมายเรามีสิทธิ์ไม่ให้เข้า)

ปล. การนำแค่ใบแจ้งความจากสถานีตำรวจว่ามีผู้เสียหาย (อาจจะเป็นตัวแทน) ไปแจ้งความกับท้องที่ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วนำใบแจ้งความร้องทุกข์นั้นมาขอตรวจค้น "กฤษฏีกาท่านวินิจฉัยแล้วว่าไม่เป็นเหตุอันสมควรให้เข้าทำการตรวจค้นจับกุมได้" ต้องขออนุญาตหมายศาลอย่างเดียว

6.3 พวกมาก เมื่อใดก็ตามที่ตัวแทน หรือ ผู้รับมอบอำนาจใดๆ ก็ตามเข้ามาตรวจภายในร้านค้าของเราแล้วเราสามารถตามพรรคพวกฝ่ายเรามาได้มากกว่า ร้อยทั้งร้อยรีบออกจากร้านเราแทบไม่ทัน เพราะกลัวโดยหนุ่มๆ กลัดมัน วัยทีนฝ่ายเราครับ.

ไม่ผิดอย่าไปกลัวพวกทุจริต หรือ ข้าราชการที่ประพฤติมิชอบครับ ... ต้องช่วยกันกำจัดคนพวกนี้ให้หมดไปจากประเทศเรา ถ้าไม่ทำเสียตั้งแต่วันนี้ต่อไปในอนาคตลูกหลานของเราจะยิ่งอยู่อย่างยากลำบากครับ.




coconut (19/08/2552 12:45:13)
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลดี ๆ อย่างนี้

Chalit (20/08/2552 12:28:48)
ความคิดเห็นที่ 4
ขอนำสาระเกี่ยวกับใบอนุญาตมาให้อ่านครับ

ผู้ประกอบกิจการใดบ้างที่ต้องมาขออนุญาตตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ 2551

   ถ้าท่านประกอบอาชีพ ๔ ประเภทต่อไปนี้ ท่านต้องมาขอใบอนุญาตในการประกอบกิจการ ได้แก่

๑.ประกอบกิจการโรงหนัง หมายถึง โรงหนังทั่วๆไปที่เรารู้จัก เช่น โรงหนังตามศูนย์การค้าต่างๆ โรงหนังกลางแจ้ง รวมไปถึงการเปิดห้องเพื่อฉายหนังแผ่น (วีซีดี/ดีวีดี)แล้วเก็บเงินผู้ดู

   ๒.ประกอบกิจการเช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ หมายถึง ผู้ที่ขายแผ่นวีซีดี ดีวีดีหนังต่างๆ ไม่ว่าจะเปิดขายเป็นร้าน เป็นบูธ แผงลอย ฯลฯ รวมไปถึงศูนย์บริการให้เช่าหนังแผ่นต่างๆด้วย

   ๓.ประกอบกิจการเช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายวีดิทัศน์ หมายถึง ผู้ที่ขายแผ่นวีซีดี ดีวีดี ซีดีรอมเกม หรือวีซีดี ดีวีดีคาราโอเกะ (ข้อนี้ต่างจากข้อ ๒ ตรงเนื้อหา แม้จะใช้วัสดุเหมือนกัน เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ ให้ความหมายของคำว่า “วีดิทัศน์” เป็นการเฉพาะว่าเป็นวัสดุที่บันทึกเกมการเล่นหรือคาราโอเกะ อย่างไรก็ดี ตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ หากขอใบอนุญาตตามข้อ ๒ จะได้รับอนุญาตให้ขายแผ่นเกม/แผ่นคาราโอเกะตามข้อ ๓ ไปโดยปริยาย ดังนั้น ผู้ประกอบการควรยื่นขออนุญาตตามม. ๓๘)

   ๔.ประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ หมายถึง ผู้ที่เปิดร้านเกม ร้านเกมอินเตอร์เน็ต ร้านคาราโอเกะ (เฉพาะร้านที่มิได้จดทะเบียนเป็นสถานบริการ หากร้านใดมีใบอนุญาตเป็นสถานบริการจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว ร้านเกม/ร้านคาราโอเกะนั้นๆไม่ต้องมาขอใบอนุญาตจากกระทรวงวัฒนธรรมอีก)
ขายแผ่นซีดีเพลง เปิดตู้เพลงหยอดเหรียญ จะถือว่าเป็นร้านประกอบการตามพ.ร.บ.ฉบับนี้หรือไม่

   ร้านค้า หรือแผงลอยที่ขายแต่เทปหรือแผ่นซีดีเพลง ที่มีแต่เสียงร้อง และมิได้มีภาพประกอบแบบคาราโอเกะ และไม่มีการขายแผ่นดีวีดีหรือวีซีดีภาพยนตร์อื่นในร้าน ไม่ต้องมาขอใบอนุญาตตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะไม่อยู่ในความควบคุม เช่นเดียวกับตู้เพลงหยอดเหรียญ ซึ่งไม่ภาพเคลื่อนไหวประกอบแบบคาราโอเกะ ก็ไม่ต้องมาขอใบอนุญาต นอกจากนี้ คาราโอเกะแบบที่มีแต่ตัวหนังสือและเสียงในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยไม่มีภาพอื่นประกอบ ก็ไม่ต้องมาขอใบอนุญาตเช่นเดียวกัน
หากท่านใดต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ พรบ.ภาพยนต์และวีดิทัศน์ 2551 ก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ http://movie.culture.go.th

BEAM-CD (22/08/2552 13:35:20)
ความคิดเห็นที่ 5

กฏหมายระบุเฉพาะท่านที่ประกอบกิจการเป็น "อาชีพ" นักเล่นอย่างเราๆ ท่านๆ ประกาศขายชั่วครั้งชั่วคราวไม่ได้ทำเป็นอาชีพน่าจะได้รับการยกเว้นนะครับ.

coconut (22/08/2552 18:03:38)
ความคิดเห็นที่ 6
ชอบกระทู้นี้จังเลยครับ ขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ สำหรับข้อมูลดี
ดีอย่างนี้นะครับ

chais (23/08/2552 02:02:06)
ความคิดเห็นที่ 7
ชอบครับ
มีประโยชน์มากเลย ผมเข้าใจผิดมาตั้งนาน
ที่แท้หากไม่มีภาพอยู่ด้วยก็ไม่ต้องขออนุญาติ ขอบคุณมากๆครับ

joeposter (23/08/2552 10:42:49)
ความคิดเห็นที่ 8
****** ด่วนครับ *******

ข้อมูลที่นำมาอ้างอิง เป็นข้อมูลที่ "ถูกต้อง" แต่การตีความในเรื่องการขายแผ่นนั้น "ไม่ถูกต้อง" ทั้งหมดครับ
ผมจะให้ข้อมูล เฉพาะ  "การขายแผ่น ซีดี แบบเราๆ" นะครับ

** พรบ.ภาพยนต์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 ไม่ได้ใช้บังคับ กรณี การขายแผ่น ซีดี ครับ มันออกมาเพื่อขยายการควบคุม ตาม พรบ.ด้านล่างสุดที่ผมจะชี้แจงให้ทราบครับ (คือให้ทันสมัยต่อสื่อในปัจจุบัน)
  - เนื่องจากมีการ (เป็นความต้องการมากกว่า) เปลี่ยนแปลงการควบคุมไปที่กระทรวงวัฒนธรรม จากกองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงต้องออก พรบ. นี้และเพื่อเป็นการดึง พวกร้านเกมส์ หรือการทำธุรกิจภาพ ออนไลน์ ให้เข้ามาในระบบมากกว่า แล้วก็ใช้ พรบ.อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการบังคับอีกที ไม่ใช่ พรบ.ที่ออกมาแทนที่ กฎหมายเก่านะครับ

** การทำซ้ำ การเผยแพร่ ยังใช้ พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ครับ
  - การที่เราจ่ายเงินซื้อซีดี เราได้แผ่น แต่เราไม่ได้ลิขสิทธิ์ในเพลงนะครับ การนำไปทำซ้ำ หรือการเผยแพร่ (ที่เกินสมควร) ต่อสาธารณชน ผิดกฎหมายครับ (เป็น พรบ.ที่มีโทษ ทางอาญาด้วยครับ)
++ แผ่นผี, ไฟล์ข้อมูลที่ส่งต่อกัน ถือเป็นการทำซ้ำครับ ผิดกฎหมายครับ ที่เห็นฝากไฟล์ไว้ในกันในเวป ผิดกฏหมายครับ แต่เค้าไม่มาจับเราหรอกครับ เพราะเราไม่ได้ทำในเชิงธุรกิจ (แต่ถ้า เวป ไหน รับฝากไฟล์ประเภทนี้ มากๆ ก็จะมีโทรศัพท์จากผู้ให้สิทธิ์เตือนเองครับ
++ การเผยแพร่ ที่นอกเหนือจากผู้ให้สิทธิ์อนุญาต (เช่นในร้าน ไอติม, ร้านอาหาร ฯลฯ เปิดเพลงคลอให้ลูกค้าตลอด) ไม่ได้หมายความว่า ซื้อ แผ่นซีดี แล้วเปิดในร้านอาหารได้ โดยมากอนุญาตให้ใช้ในเคหสถาน ครับ(ดูคำนิยาย เคหสถาน) การเปิดทั่วไปอย่างนี้ถือว่าเผยแพร่ต่อสาธารณชน เป็นประโยชน์ร่วม อันนี้ ผิดกฏหมาย เช่นเดียวกันครับ ยิ่งไม่ได้เปิดด้วยแผ่นที่ซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่ต้องพูดครับ (เปิดด้วย mp 3 ที่ไม่มีลิขสิทธิ์)

***** ต่อไปนี้ สำคัญครับ *****
** ที่พูดคุยตามหัวข้อนี้ เป็น พรบ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ครับ*** เป็น พรบ. ที่มีโทษ ทาง "อาญา" ครับ
- แผ่นซีดี เป็น "เทปหรือวัสดุโทรทัศน์" ตามคำนิยายตาม พรบ.ฉบับนี้ครับ (ให้สังเกตุว่า แผ่นซีดี คือ ฮาร์ดแวร์ ที่ถูกควบคุมโดย พรบ.ฉบับนี้ ส่วนที่ไฟล์ที่แผ่นซีดีบันทึก คือ ซอฟแวร์ ที่ถูกควบคุมโดย พรบ.ลิขสิทธิ์)
- ดังนั้น ถ้าผู้ใด "ประกอบกิจการ" เกี่ยวกับการให้เช่าและหรือ แลกเปลี่ยนและหรือ ขาย เกี่ยวกับ "เทปหรือวัสดุโทรทัศน์" ต้อง ขออนุญาตครับ
  +++ การซื้อมา ขายไป โดยวิสัยเข้าข่ายเป็น "ประกอบกิจการ" ต้องขออนุญาตครับ
    ขายแผ่นเก่าๆ ใหม่ๆ ตามตลาดนัดเล็กๆ เป็นแผงแบบ "ประกอบกิจการ" ต้องขออนุญาตครับ ดังนั้น การค้าขายแผ่นซีดีแบบเป็นกิจจะลักษณะในเวปไซต์ ต้องขออนุญาตครับ เพียงแต่เจ้าพนักงานตามกฎหมายเค้ายังไม่ได้เพ็งเล็งน่ะครับ -+-สำหรับผู้ค้าในเวป ถือว่าผมส่งสัญญาณให้แล้วกันครับ-+- ที่เห็นตำรวจไปกวนแต่แผง เพราะว่ามันเป็นความผิดซึ่งหน้าครับ พรบ.นี้มีโทษทางอาญา ก็เลยโดนครับ ถ้าตำรวจเค้าพิสูจน์ตัวตนในเวปได้เร็ว เค้าก็จัดการเราได้เช่นกันครับ อย่าชะล่าใจเพียงเพราะว่า การดำเนินการทางกฎหมายมันปฎิบัติได้ยาก แต่ไม่ได้หมายความว่า เราถูกกฎหมายครับ
    ขายแผ่นเก่าๆ รวมกับทรัพย์สินอื่นๆ ในลักษณะเปิดท้ายขายของ ไม่เข้าข่าย "ประกอบกิจการ" ไม่ต้องขออนุญาตครับ
    ขายแผ่นเก่าๆ (ไม่มีใหม่) เป็นครั้งคราวไม่เป็นวิสัย ไม่เข้าข่าย "ประกอบกิจการ" ตาม พรบ.ฉบับนี้ ไม่ต้องขออนุญาตครับ ถือเป็นการขาย "สังหาริมทรัพย์" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครับ ก็ไม่ต้องจดทะเบียนการค้าเช่นกัน ถึงมีกำไรจากการขายก็ไม่ถือเป็น "รายได้" ตามประมวลรัษฏากร เช่นกัน ไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้สิ้นปี +-+ พวกเราเข้าข่ายนี้กันครับ ปรบมือดังๆๆๆๆ+-+

** ตำรวจ เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ใน พรบ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ครับ **
สามารถ ขอตรวจใบอนุญาตได้(โดยการแสดงบัตรประจำตัว)
ถ้าเรา "ประกอบกิจการ" (ดูด้านบนว่าเราเข้าข่ายหรือไม่) แล้วมีใบอนุญาต ก็จบครับตาม พรบ.ฉบับนี้ แล้วถ้าเค้าสุ่มดูแผ่น+ปกที่เราขายแล้วพบว่ามีลายเซ็นเจ้าพนักงานอนุญาต ถูกต้องตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ ก็จบครับ เชิญออกจากร้านหรือบ้านได้เลยครับ (ท้องที่ไม่ค่อยจะทำครับ ถ้าไม่มีผู้รับมอบอำนาจจากค่าย หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ มาแจ้งก็ไม่รังแกผู้ขายครับ ที่น่ากลัวคือ นักบินครับ ไปได้ทั่วไทย (สันติบาล)

ขอแก้ความเข้าใจ (ขออนุญาตท่าน coconut นะครับ) ดังนี้ครับ
ตามความเห็นที่ 2 ในแต่ละข้อมันมีส่วนที่ถูก แต่ไม่ทั้งหมดทั้งปวงนะครับ ให้ดูสิ่งที่ผมยกมาให้ประกอบ ว่าถูกต้องทั้งหมดหรือไม่นะครับ
ตามความเห็นที่ 4 เอา พรบ.ฉบับที่กล่าวมา มาจับประเด็นนี้ไม่ได้ครับ ต้องดู พรบ.อื่นด้วยครับ พรบ.นี้มันเพิ่งออกมาเมื่อปี 51 นี้เองครับเป็นการอุดรอยรั่ว ของ พรบ.เก่าๆ หลายฉบับ(นอกเหนือจากที่กล่าวมา) น่ะครับ
ตามความเห็นที่ 1 เป็นคำตอบของการขายทรัพย์สิน (สังหาริมทรัพย์) ของเราโดยสุจริตและไม่มุ่งหวังทางการค้าครับ บังเอิญทรัพย์สินที่เราขายมันเป็นของที่เกี่ยวข้องกับ พรบ.อื่นๆ ด้วยซึ่งเมื่อไม่เข้าข่ายทั้งหลายทั้งปวงแล้ว ก็ขายได้โดยสุจริตใจครับ

ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านครับ เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ



c_sor (11/09/2552 23:24:01)
ความคิดเห็นที่ 9

ขอขอบคุณ คุณ c_sor มากครับ

สำหรับคำอธิบายที่ถูกต้อง ชัดเจน สำหรับท่านที่ประกอบกิจการค้าขาย / ธุรกิจส่วนตัวที่ต้องเปิดเพลงให้ ล/ค แนะนำให้เปิดเพลงที่เป็นแผ่นภาษาต่างประเทศ ลิขสิทธิ์อยู่ต่างประเทศ จะปลอดภัยกว่านะครับ

สำหรับเราๆ ท่านที่ขายแผ่นเก่าๆ เป็นครั้งคราว ก็เปิดท้ายขายแผ่นกันได้อย่างสบายใจแล้วนะครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ.


coconut (18/09/2552 16:36:44)
ความคิดเห็นที่ 10
ผมอยากให้หลายๆท่านลองอ่านสาระต่อไปนี้ มันอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของการทำการค้าขายเกี่ยวกับcd,dvd หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันเกี่ยวข้องกัน จากในความเห็นที่8 ที่บอกว่าเอา พรบ.ฉบับนี้มาจับประเด็นไม่ได้ ต้องดู พรบ.อื่นด้วย แต่ในสาระแห่ง พรบ.ฉบับนี้ได้นำเอา พรบ.ฉบับอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้3ฉบับมารวมกัน และอุดรอยรั่วจนคลอด พรบ.ฉบับนี้ออกมา ก็ลองอ่านดูนะครับ  

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงอยากทราบถึงสาระสำคัญในพระราชบัญญัติฉบับใหม่ว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง จึงขอสรุปบางประเด็นให้ท่านผู้สนใจได้ทราบดังนี้

  ๑.พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ได้รวบเอา ๓ พ.ร.บ. และ ๑ ประกาศ คือพ.ร.บ.ภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๗๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๐๕ พ.ศ. ๒๕๑๕ รวมถึงพ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ มารวมเข้าด้วยกัน เป็น “พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑” ซึ่งตามคำจำกัดความใหม่ จะทำให้หนังที่ฉายในโรงหนังและหนังแผ่นประเภทวีซีดี ดีวีดี ถูกเรียกรวมว่า “ภาพยนตร์” (แต่เดิมหนัง/ละคร/เกม หรือคาราโอเกะที่บันทึกลงแผ่นวีซีดี ดีวีดี จะเรียกกันว่า “เทปและวัสดุโทรทัศน์” )

  ส่วนพวกเกมหรือคาราโอเกะตามพ.ร.บ.ใหม่ จะเรียกว่า “วีดิทัศน์” อันเป็นศัพท์เฉพาะ(ตามมาตรา ๔ ที่ว่า “วีดิทัศน์” หมายความว่า วัสดุที่มีการบันทึกภาพ หรือภาพและเสียง ซึ่งสามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพที่เคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องในลักษณะที่เป็นเกมการเล่น คาราโอเกะที่มีภาพประกอบ หรือลักษณะอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง)

  ๒.ในส่วนของ “ภาพยนตร์” ได้เปลี่ยนจากระบบ “เซ็นเซอร์” มาเป็นการจัด “เรตติ้ง” โดยกำหนดภาพยนตร์ไว้ ๗ ประเภทคือ
    ๑.ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู
    ๒.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป
    ๓.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่สิบสามปีขึ้นไป
    ๔.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไป
    ๕.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีขึ้นไป
    ๖.ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่ายี่สิบปีดู (ยกเว้นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส)
    ๗.ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร
   
  สำหรับการจัดประเภทภาพยนตร์ตามข้างต้น เป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและตัวแทนผู้ประกอบการ เช่น นายจาฤก กัลย์จาฤก นายกสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ได้ร่วมกันกำหนดขึ้นเมื่อครั้งมีการพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ส่วนในรายละเอียดว่าแต่ละเรตจะต้องประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น ยังอยู่ในระหว่างการร่างกฎกระทรวง โดยจะนำผลการสัมมนาที่ทางสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ มาใช้พิจารณาด้วย เช่น ภาพยนตร์ที่ไม่อนุญาตให้ผู้มีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีชม จะต้องฉายเฉพาะในโรงที่กำหนดเท่านั้น ส่วนเนื้อหาในเรตนี้จะเป็นภาพยนตร์ที่มีความรุนแรง การทารุณกรรม เรื่องสยองขวัญ มีบทดื่มสุรา การเสพยาเสพติด และการแสดงออกทางเพศที่ชัดเจน เป็นต้น อย่างไรก็ดี นอกจากจะดูแนวทางด้านผู้ประกอบการแล้ว ยังต้องรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายครอบครัวในฐานะผู้ปกครองด้วยว่าจะเห็นด้วยมากน้อยประการใด เพราะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน

  ส่วน “วีดิทัศน์” ที่หมายถึงเกม และคาราโอเกะนั้น กฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดให้ใช้ระบบเซ็นเซอร์อยู่เช่นเดิม เนื่องจากการประกอบกิจการดังกล่าว ในทางปฏิบัติยากที่จะควบคุมให้มีการบริการตามประเภทหรือตามอายุผู้เข้าไปเล่น

  ๓.ผลจากการเปลี่ยนระบบเซ็นเซอร์เป็นเรตติ้งนี้ ทำให้ “โรงภาพยนตร์” ซึ่งปกติต้องขอใบอนุญาตให้ใช้อาคารประกอบกิจการโรงมหรสพจากกรมโยธาธิการฯแล้ว ยังต้องมาขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอีกฉบับจากกระทรวงวัฒนธรรมด้วย ทั้งนี้ เพื่อควบคุมการฉายภาพยนตร์ของโรงภาพยนตร์ให้เป็นไปตามประเภทที่กำหนดไว้ข้างต้น หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษพัก/เพิกถอนใบอนุญาตหรือปรับ แล้วแต่กรณี

  ๔.ร้านประกอบกิจการวีดิทัศน์ เช่น ร้านวีดีโอเกม ร้านเกมเพลย์สเตชั่น ร้านคาราโอเกะ หากตั้งอยู่ในสถานบริการ ไม่ต้องมาขอใบอนุญาตซ้ำซ้อน เนื่องจากร้านดังกล่าวต้องอนุญาตประกอบกิจการ และอยู่ในความควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการอยู่แล้ว

  ๕.คณะกรรมการในพ.ร.บ.ฉบับใหม่จะมี ๒ ชุดคือ ชุดใหญ่เรียกว่า คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ (ตามมาตรา ๗) มีหน้าที่เสนอนโยบาย แผน กำหนดยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่อคณะรัฐมนตรี คณะนี้จะมีทั้งหมด ๒๗ คน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นรองประธานคนที่สอง ซึ่งชุดนี้จะมีผู้แทนภาครัฐ ๑๕ คน ภาคผู้ประกอบการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ วีดิทัศน์ โทรทัศน์ หรือคุ้มครองผู้บริโภค และผู้แทนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ อีก ๑๑ คน มีปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเป็นกรรมการและเลขานุการ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจะทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการฯ

  ส่วนอีกชุดซึ่งจะตั้งได้หลายคณะ เรียกว่า คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (ตามมาตรา ๑๖) จะทำหน้าที่ตรวจพิจารณากำหนดประเภท(Rating) ภาพยนตร์ และเซ็นเซอร์วีดิทัศน์ มีคณะละไม่เกิน ๗ คน โดยแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ วีดิทัศน์ โทรทัศน์ ศิลปวัฒนธรรม หรือการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่เกิน ๔ คน และภาคเอกชนไม่เกิน ๓ คน คณะนี้จะมีสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นสำนักงานเลขานุการฯ (เทียบแบบเดิมคือกรรมการเซ็นเซอร์นั่นเอง)

  ๖.ใบอนุญาตทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นใบอนุญาตประกอบกิจการโรงหนัง ประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ( ขายหนังแผ่น/แผ่นเกม) รวมถึงการประกอบกิจการร้านวีดิทัศน์ (ร้านเกม/ร้านคาราโอเกะ) จะมีอายุ ๕ ปี (เดิมเรียกว่าการมาขอใบอนุญาตฉาย หรือขายเทปและวัสดุโทรทัศน์) ส่วนค่าธรรมเนียมขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการร่างกฎกระทรวงเช่นกัน

  ทั้งหมดคือสาระสำคัญบางประเด็นที่เปลี่ยนแปลงไปจากพระราชบัญญัติฉบับเดิมที่เคยใช้อยู่ และในระหว่างรอให้พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ คือ ราววันที่ ๒ มิถุนายน ศกนี้ ได้มีบทเฉพาะกาลกำหนดว่า ๑.ใบอนุญาตใดที่ได้ให้ตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ หรือพ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ที่ยังมีผลใช้บังคับอยู่ในวันที่พ.ร.บ.ฉบับใหม่ใช้บังคับ ก็ยังใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุหรือถูกเพิกถอน (หมายความว่า ถ้าใบอนุญาตเดิม ยังไม่หมดอายุ แม้จะเลยวันที่ ๒ มิถุนายนไปแล้วก็ยังใช้ได้ จนกว่าใบอนุญาตนั้นๆจะหมดอายุหรือถูกเพิกถอนเสียก่อน)

  ๒.หากยื่นขอใบอนุญาตตามพ.ร.บ.ฉบับเดิมไว้ ก่อนวันที่ ๒ มิถุนายน หรือในวันที่ ๒ มิถุนายน เป็นต้นไป ให้ดำเนินการดังนี้

    ๒.๑ถ้าเจ้าพนักงานผู้ตรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ยังมิได้มีคำสั่งอย่างใดเกี่ยวกับคำขอนั้นๆ ก็ให้ถือว่าเป็นคำขอที่ยื่นตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่และให้ดำเนินการตามพ.ร.บ.ใหม่

    ๒.๒ถ้าเจ้าพนักงานผู้ตรวจหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวแล้ว การดำเนินการตามคำขอดังกล่าวให้อยู่ในบังคับของบทบัญญัติตามพ.ร.บ.ฉบับเดิม (พ.ร.บ.ภาพยนตร์หรือเทปวัสดุโทรทัศน์) ต่อไปจนกว่าจะถึงที่สุด

  และเมื่อพ.ร.บ.ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒ มิถุนายน เป็นต้นไป ผู้ประกอบการโรงหนัง และร้านวีดิทัศน์ (ร้านเกม/คาราโอเกะ)ที่ยังไม่มีใบอนุญาต ต้องมาขอใบอนุญาตามพ.ร.บ.ใหม่ต่อนายทะเบียนภายใน ๙๐ วัน คือ ภายใน ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ โดยเฉพาะโรงหนังที่ยังไม่เคยมีใบอนุญาตชนิดนี้มาก่อน

  อนึ่ง ตามบทเฉพาะกาลมาตรา ๙๑ ยังได้เขียนไว้ว่า บรรดากฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งต่างๆที่ออกตามพ.ร.บ.ฉบับใหม่ หากยังไม่มีการประกาศใช้ ก็ให้ใช้กฎกระทรวง ประกาศ และคำสั่งตามพ.ร.บ.ฉบับเดิมที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.ใหม่ไปก่อนได้ ซึ่งก็หมายความว่า ตราบใด ยังไม่กฎกระทรวง หรือระเบียบอื่นใดที่ออกตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาบังคับใช้ ผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ประกอบการก็ยังคงต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ภาพยนตร์ พุทธศักราช ๒๔๗๓ และพ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ต่อไปก่อนนั่นเอง


BEAM-CD (19/09/2552 17:35:28)
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณกระทู้ดีๆ แบบนี้ครับ

***ก่อนอื่นผมขอถามหน่อยว่า ผมจะprint ข้อความนี้ไปให้แม่ค้าอ่านได้ไหมครับ***

คือบังเอิญตลาดนัดแถวบ้าน มีป้าแก่ๆท่านนึง นำของเก่าที่บ้านมาขาย มีทั้งเสื้อผ้า ของใช้ เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงcd ลิขสิทธิ์ มาวางขายที่ตลาดนัดแถวๆบ้านครับ

แล้วจู่ๆ มีตำรวจมาจับกุมครับ ข้อหาไม่มีใบอนุญาตครับ เสียเงินค่าปรับไป 15,000 บาทครับผม

ขอขอบคุณที่นำความกระจ่างดีๆมาให้อ่านครับผม

LEKROCK (22/10/2552 20:33:03)
ความคิดเห็นที่ 12

เพิ่มเติมข้อมูลครับ ... เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ จากตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายครับ ..

----- Original Message -----
From: Ampinee (Tele KR con) Prasiratesung
Cc: Kanjana (Province North East) Charnmuan ; Nuchanat (BD KR con) Nilputsa ; Rungnapha (Province Pool) Ketthanom
Sent: Wednesday, November 04, 2009 11:26 AM
Subject: FW: โปรดระวังแก๊งค์มิจฉาชีพ สวมรอยจับลิขสิทธิ์


Dear All

      ประกาศด่วน ! โปรดระวังแก๊งค์มิจฉาชีพจับลิขสิทธิ์สวมรอย เป็นเจ้าหน้าที่จับลิขสิทธิ์ Windows หากินทั่วประเทศ
เนื่องจาก โครงการ "ป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ปีที่ 2" โดย กองบังคับการปราบปรามการ กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก. ปอศ.)
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระดมกำลังเข้าตรวจค้นซอฟต์แวร์เถื่อนในองค์กรธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้มีแก๊งค์มิจฉาชีพจับลิขสิทธิ์
ได้ทำการสวมรอย เป็นเจ้าหน้าที่เพื่อมาขอตรวจสอบลิขสิทธิ์ Windows ตามร้านค้าต่าง ๆ ร้านไหนตกเป็นเหยื่อ ไม่รู้เท่าทัน จะถูกยกเครื่อง และกรรโชกทรัพย์
วิธีตรวจสอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่
1. ต้องมีหมายค้น (หมายค้นนะครับ ไม่ใช่บันทึกประจำวัน) ตัวอย่างหมายค้น http://ict.in.th/26
ตรวจดูความถูกต้องของหมายค้นให้ละเอียด ชื่อร้าน บ้านเลขที่ วันที่ ที่ศาลอนุญาตให้เข้าตรวจ เวลาที่กำหนดไว้ ว่า กี่โมง ถึงกี่โมง
 (1.1) ในกรณีที่ร้านไม่มีบ้านเลขที่ หรือไม่มีชื่อร้าน ในหมายจะต้องระบุอย่างละเอียดว่า เป็นบ้านไม่มีเลขที่ด้านซ้ายอยู่ติดกับร้านอะไร ด้านขวาอยู่ติดกับอะไร มีอะไรเป็นข้อสังเกตุ หรือชี้ชัดว่าเป็นร้านนี้
 (1.2) ถ้าพิมพ์ชื่อร้านผิด หรือ บ้านเลขที่ผิด เราปฎิเสธไม่ให้ตรวจค้นได้ทันที
 (1.3) ถึงมีหมายค้นมาแต่ถ้าเลยเวลาที่ศาลกำหนดไว้ หรือวันที่ไม่ตรง ก็เข้าตรวจค้นไม่ได้
2. มาพร้อมกับตำรวจชั้นสัญญาบัตร ที่มีชื่ออยู่ในหมายค้นด้วย
(2.1) วิธีดูง่าย ๆ ว่าตำรวจชั้นสัญญาบัตรหรือไม่ คือ ต้องมี ดาวบนบ่าอย่างน้อย 1 ดวง
(2.2) ขอดูบัตรตำรวจว่าชื่อตรงกับในหมายศาลไหม หมดอายุหรือยัง ถ้าหมดอายุแล้ว เราปฎิเสธไม่ให้ตรวจค้นได้ทันที
3. อนุญาตให้เฉพาะคนที่มีชื่อในหมายค้น อยู่ในร้าน คนที่ไม่มีชื่อบอกให้รอข้างนอกร้าน โดยให้เหตุผลว่าเราดูแลไม่ทั่วถึง
4. ต้องมีช่างเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์มาด้วย
5. หากพบการกระทำความผิด ไม่มีการยกเครื่องใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จะอายัดไว้ในที่เกิดเหตุ ตามแบบสากล
6. ไม่มีการเรียกร้องเงิน เพื่อให้ยอมความในชั้นตำรวจ
สำหรับแก๊งค์มิจฉาชีพจับลิขสิทธิ์ นั้น จะไม่มีหมายค้นจากศาลมา แต่มักจะเอาใบบันทึกประจำวันมาแอบอ้าง ขอให้ทุกท่าน หนักแน่นเข้าไว้ " ไม่มีหมายศาล ไม่ให้ค้น "
ถ้าไม่มีหมายค้นมา ให้ไล่มิจฉาชีพเหล่านั้นออกไป ไล่ไม่ไป โทร 1195 กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ 24 ชม.


ยินดีให้บริการค่ะ
อัมพิณี ประสิระเตสัง>หน่อง<

Sales Account Executive


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

"อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ไม่ได้ทำการตรวจจับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ด้วยตัวเอง โดยหน้าที่ดังกล่าวเป็นของกรมทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งไมโครซอฟท์ไม่เคยเข้าไปยุ่งและเข้าร่วมในการตรวจจับ หากมีก็เชื่อว่าเป็นการแอบอ้างจึงอยากเตือนไปยังลูกค้าองค์กรว่าหากมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด" (ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย))


@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านที่เกี่ยวข้องบ้างนะครับ ...

coconut (18/11/2552 22:38:18)